ตอนที่ 5
ศึกแรก
ทรายแก้ว · 24 ก.ย. 69 · 3,025 ตัวอักษร
ปรางค์ก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หมอเต้แอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ หมอเต้ยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
ปรางค์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ปรางค์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ปรางค์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” ปรางค์เอ่ยขึ้น
เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ หมอเต้หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น
หมอเต้วางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หมอเต้วางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า หมอเต้หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” ปรางค์เอ่ยขึ้น
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
หมอเต้ยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ปรางค์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ปรางค์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” หมอเต้เอ่ยขึ้น
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ปรางค์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หมอเต้แอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
ปรางค์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ปรางค์ก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” หมอเต้เอ่ยขึ้น
หมอเต้หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel