ตอนที่ 3
การเดิมพัน
หมึกจาง · 21 ส.ค. 69 · 3,040 ตัวอักษร
หลี่เหมยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ หลี่เหมยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เฉินอวี่กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เฉินอวี่ก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
หลี่เหมยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ เฉินอวี่หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี หลี่เหมยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หลี่เหมยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี หลี่เหมยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
“ถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าทำได้” หลี่เหมยเอ่ยขึ้น
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” เฉินอวี่เอ่ยขึ้น
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หลี่เหมยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
หลี่เหมยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” เฉินอวี่เอ่ยขึ้น
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก เฉินอวี่ก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน เฉินอวี่หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
เฉินอวี่กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” เฉินอวี่เอ่ยขึ้น
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เฉินอวี่หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เฉินอวี่กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel