ตอนที่ 4
ทางแยก
ดาวเหนือ · 8 ก.ย. 69 · 2,576 ตัวอักษร
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านพ่อหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ท่านพ่อยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย อาหลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” อาหลิงเอ่ยขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
ท่านพ่อวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ท่านพ่อยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
ท่านพ่อหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” อาหลิงเอ่ยขึ้น
ท่านพ่อวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น
“ถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าทำได้” อาหลิงเอ่ยขึ้น
ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel