ตอนที่ 3

พายุก่อตัว

ดาวเหนือ · 7 ก.ย. 69 · 2,972 ตัวอักษร

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” อาหลิงเอ่ยขึ้น

อาหลิงก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ท่านพ่อวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ท่านพ่อวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” อาหลิงเอ่ยขึ้น

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น อาหลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” ท่านพ่อเอ่ยขึ้น

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

ท่านพ่อยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย อาหลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” อาหลิงเอ่ยขึ้น

ท่านพ่อยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย อาหลิงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

ท่านพ่อหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

ท่านพ่อหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก อาหลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” อาหลิงเอ่ยขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” อาหลิงเอ่ยขึ้น

ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ท่านพ่อแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)