ตอนที่ 3
การเดิมพัน
มะลิซ้อน · 31 ส.ค. 69 · 3,209 ตัวอักษร
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” ใบเฟิร์นเอ่ยขึ้น
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ภูมิหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ใบเฟิร์นเอ่ยขึ้น
ใบเฟิร์นหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ภูมิก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ภูมิเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ภูมิหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ใบเฟิร์นแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบเฟิร์นวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” ใบเฟิร์นเอ่ยขึ้น
ภูมิกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ใบเฟิร์นหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ภูมิเอ่ยขึ้น
ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ภูมิหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
ภูมิหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า
ใบเฟิร์นหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ใบเฟิร์นหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ใบเฟิร์นวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel