ตอนที่ 2
ตลาดกลางคืน
มะลิซ้อน · 29 ส.ค. 69 · 3,466 ตัวอักษร
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ
ภูมิหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ภูมิก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” ภูมิเอ่ยขึ้น
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ภูมิเอ่ยขึ้น
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
ใบเฟิร์นหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ภูมิกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ภูมิก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ภูมิหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ภูมิก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ใบเฟิร์นแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ใบเฟิร์นยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel