ตอนที่ 5

ลมเปลี่ยนทิศ

หมึกจาง · 15 ก.ย. 69 · 3,201 ตัวอักษร

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด

หัวหน้าฝ่ายจางหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ หัวหน้าฝ่ายจางหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” หัวหน้าฝ่ายจางเอ่ยขึ้น

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก หัวหน้าฝ่ายจางหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” หวังเจ๋อเอ่ยขึ้น

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

หัวหน้าฝ่ายจางวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก หวังเจ๋อก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” หัวหน้าฝ่ายจางเอ่ยขึ้น

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” หัวหน้าฝ่ายจางเอ่ยขึ้น

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก หวังเจ๋อก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน หัวหน้าฝ่ายจางยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ หัวหน้าฝ่ายจางหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

หวังเจ๋อก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน หัวหน้าฝ่ายจางหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หัวหน้าฝ่ายจางแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี หวังเจ๋อหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)