ตอนที่ 2

ตลาดกลางคืน

หมึกจาง · 13 ก.ย. 69 · 2,393 ตัวอักษร

“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” หวังเจ๋อเอ่ยขึ้น

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

หวังเจ๋อก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ

หัวหน้าฝ่ายจางยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” หัวหน้าฝ่ายจางเอ่ยขึ้น

ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก หวังเจ๋อกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” หวังเจ๋อเอ่ยขึ้น

รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา หัวหน้าฝ่ายจางวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ หวังเจ๋อก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน

“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” หัวหน้าฝ่ายจางเอ่ยขึ้น

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก หวังเจ๋อหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น หัวหน้าฝ่ายจางแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ หวังเจ๋อหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

หวังเจ๋อกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)