ตอนที่ 4
บททดสอบ
สายลม · 7 ส.ค. 69 · 3,279 ตัวอักษร
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ สมชายกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ลำดวนแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” ลำดวนเอ่ยขึ้น
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ลำดวนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ลำดวนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ สมชายก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
สมชายกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ลำดวนแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี
ลำดวนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
ลำดวนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย สมชายหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” สมชายเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ลำดวนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ลำดวนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ลำดวนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ลำดวนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย สมชายก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ลำดวนแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ลำดวนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ลำดวนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” สมชายเอ่ยขึ้น
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ลำดวนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
“ถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าทำได้” ลำดวนเอ่ยขึ้น
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel