ตอนที่ 5
ไม่มีทางถอย
ดาวเหนือ · 7 ก.ค. 69 · 4,201 ตัวอักษร
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ เฉินหลานหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ องค์ชายสามวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก องค์ชายสามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
องค์ชายสามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก องค์ชายสามยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น องค์ชายสามแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน องค์ชายสามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” องค์ชายสามเอ่ยขึ้น
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” องค์ชายสามเอ่ยขึ้น
ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ องค์ชายสามยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น องค์ชายสามแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เฉินหลานกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน เฉินหลานกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา
เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก องค์ชายสามยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เฉินหลานหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เฉินหลานกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา องค์ชายสามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เฉินหลานก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” เฉินหลานเอ่ยขึ้น
เฉินหลานหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน องค์ชายสามยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel