เรือนไม้หลังคาแดงริมคลอง

ตอนที่ 2 · รางวัลที่ไม่คาดฝัน

ตอนที่ 2

รางวัลที่ไม่คาดฝัน

ฟ้าคราม · 16 ก.ย. 69 · 3,427 ตัวอักษร

ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก มิ่งก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ยายเผื่อนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ยายเผื่อนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ยายเผื่อนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ยายเผื่อนยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ยายเผื่อนวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ มิ่งหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ยายเผื่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ยายเผื่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

มิ่งก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน มิ่งกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” ยายเผื่อนเอ่ยขึ้น

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” มิ่งเอ่ยขึ้น

เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

ยายเผื่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก มิ่งหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ ยายเผื่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

มิ่งกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ยายเผื่อนแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ยายเผื่อนแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

มิ่งก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” มิ่งเอ่ยขึ้น

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)