ตอนที่ 4
ทางแยก
มะลิซ้อน · 6 ก.ย. 69 · 2,973 ตัวอักษร
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก
เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ธามยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ธามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” พิมพ์ลดาเอ่ยขึ้น
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” พิมพ์ลดาเอ่ยขึ้น
ธามวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา
“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” ธามเอ่ยขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ธามแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น พิมพ์ลดากำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ธามวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น
พิมพ์ลดากำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา พิมพ์ลดาก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก พิมพ์ลดาก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า
ธามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ธามแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า
พิมพ์ลดาหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ธามวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ธามแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ธามหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ธามวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel