ตอนที่ 1

แสงแรกของรุ่งอรุณ

จันทร์เสี้ยว · 12 ส.ค. 69 · 2,444 ตัวอักษร

“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” อรุณีเอ่ยขึ้น

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก

อรุณีวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” สารวัตรกานต์เอ่ยขึ้น

สารวัตรกานต์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา สารวัตรกานต์หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก สารวัตรกานต์หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก สารวัตรกานต์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น สารวัตรกานต์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก

“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” อรุณีเอ่ยขึ้น

ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ สารวัตรกานต์หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี สารวัตรกานต์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

อรุณีวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ อรุณียิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก สารวัตรกานต์หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น อรุณีแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” สารวัตรกานต์เอ่ยขึ้น

ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก อรุณียิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น อรุณีแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)